มิลาน (Milano)

“มหาวิหารดูโอโม่” (Duomo di Milano)

“มิลาน” (Milan) หรือ “มิลาโน (Milano) มาจากภาษาเซลต์ว่า Mid-lan ซึ่งหมายถึงอยู่กลางที่ราบ และเมืองมิลานเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางธุรกิจของประเทศอิตาลี มิลานยังเป็นศูนย์กลางแห่งแฟชั่น เช่นเดียวกับ ปารีส และ นิวยอร์ค อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม แต่สถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองมิลานที่สุดก็คือ “มหาวิหารดูโอโม่” (Duomo di Milano) ตั้งอยู่ที่จตุรัสกลางเมืองมิลาน โบสถ์แห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคผู้ยิ่งใหญ่ สวยงาม เป็นอันดับ 3 ของโลก เริ่มสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1386 แต่ระหว่างการก่อสร้างก็พบกับปัญหา และอุปสรรคมากมาย ทั้งปัญหาการเมือง และการเงิน กว่าจะเสร็จสมบรูณ์ก็กินเวลาไปถึง 579 ปี เปลี่ยนคนก่อสร้างไปหลายชั่วอายุคน แต่มีสถาปนิกที่คุมการก่อสร้าง ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้นั่นก็คือ ‘ ลีโอนาโด นาวินชี ‘ ศิลปินชื่อก้องโลก สามารถบรรจุคนได้ประมาณถึง 40,000 คน

duomo milan-italy

“มหาวิหารดูโอโม่” มีการประดับประดาไปด้วยรูปปั้นกว่า 3,200 รูปที่สวยงาม และมียอดรวม 135 ยอด จนได้รับฉายาว่า “วิหารเม่น” ความโดดเด่นของดูโอโมอยู่ที่ยอดแหลมบนหลังคา บนยอดใหญ่ตรงกลางมีพระรูปแม่พระทำด้วยทองสัมฤทธิ์ขนาดความสูง 4 เมตร ซึ่งเรียกกันว่า มาดูนีนา (Madunina) เป็นแม่พระผู้คุ้มครองเมืองมิลาน และถือว่าเป็นสิ่งสูงที่สุด  ภายในและภายนอกประดับประดาไปด้วยรูปปูนปั้นของนักบุญและเรื่องราวจากพระคัมภีร์ นอกจากนั้นประดับด้วยภาพเขียน และสเตนกราสที่หน้าต่างสีสันสวยงามมาก

madunina

 

” พระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The Last Supper) “

ซึ่งในยุคนั้น เจ้าผู้ปกครองเมืองมิลานได้ว่าจ้างลีโอนาร์โดชาวเมืองฟลอเรนซ์ ให้มาผลิตผลงานที่เมืองมิลาน ผลงานชิ้นสำคัญก้องโลกของเขาก็คือ ภาพวาดปูนเปียกบนฝนังที่ชื่อว่า  “The Last Supper” หรือ “Cenacolo” ในภาษาอิตาลี ซึ่งเป็นภาพวาดขนาดใหญ่กว้าง 9 เมตร สูง 4.5 เมตร เต็มฝาผนังด้านหนึ่งของอาคาร “เชนาโคโล วินชาโน” (Cenacolo Vinciano) “โบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราเซีย” (Santa Maria della Grazie) ในเมืองมิลานนี่เอง ดาวินชีวาดภาพนี้ด้วยเทคนิคที่แปลกใหม่มากสำหรับในสมัยนั้น (ค.ศ.1495-1498) โดยใช้ความลึก 3 มิติที่สมจริง และทดลองใช้สีและวิธีวาดตามที่คิดค้นได้ใหม่ โดยเป็นภาพวาดพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูและเป็นฉากที่บรรยาย ถึงขณะที่พระเยซูประกาศว่ามีสาวกหนึ่งในนั้นที่จะทรยศต่อพระเยซู และภาพวาดนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนส โก้เพียงแห่งเดียวในมิลาน

the last supper

 

© 2014